Media

เครือข่ายเ็ด็กและเยาวชน จังหวัดยะลา 188/1 ถ.เทศบาล 9 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา โทร.0-7322-2114 , 081-542-3270 (พี่มาเรียม)

ดูแลระบบโดย ลิงอวกาศ ( indycg@msn.com )

ศูนย์ฟ้าใส...แหล่งเพาะเมล็ดพันธุ์ความดี

0011.jpg
 บ้านหลังนี้หลังม.ราชภัฎยะลาเป็นแหล่งรวมตัวเด็กดี มีความกล้ามีความคิดทั้งพุทธ มุสลิมและคริสต์ ไม่มีความแบ่งแยกทางศาสนา เชื้อชาติ การแสดงออกหรือความคิด ทุกคนมารวมตัวกันแบ่งปันความรู้สึก จินตนาการและการกระทำกลับคืนสู่สังคมด้วยกิจกรรมดีๆ มีประโยชน์มากมายที่เป็นผลสำเร็จ ที่นี่คือ...ศูนย์ฟ้าใส แหล่งเพาะเมล็ดพันธุ์การทำดี

ศูนย์ฟ้าใสเป็นที่รู้จักกันดีโดยเฉพาะในจ.ยะลาและจังหวัดใกล้เคียง จากกิจกรรมที่เยาวชนทั้งชายและหญิงร่วมกันสร้างสรรค์เพื่อสังคมชายแดนใต้มาเป็นเวลาเกือบสิบปี ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจากกรุงเทพฯ คือผู้จุดประกายในเรื่องนี้ มาเรียม ชัยสันทนะ หรือ “พี่เรียม” ของน้องๆ คือผู้หญิงคนนั้น เธอลงมาทำงานในพืนที่นี้ตั้งแต่ปี 2540 เธอเล่าว่า

0022.jpg“ลงมาตอนนั้นยังทำงานกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เมื่อก่อนเป็นศูนย์ประสานงานเยาวชน 5  จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนปี 2545 ทางพอช.ได้ให้งบประมาณไปทั้งจัดตั้งศูนย์ของแต่ละจังหวัด เราจัดตั้งเป็นศูนย์ฟ้าใสในยะลาช่วงวันเยาวชนและเป็นหน่วยงานเดียวที่ยังเหลืออยู่ มีน้องๆ เข้ามาช่วยงานและทำกิจกรรมกันมาตลอด

อย่างที่ผ่านมาเราลงพื้นที่กันทุกเสาร์-อาทิตย์ ลงไปทำกิจกรรมในโรงเรียนตาดีกา 19 โรงเรียนในจ.ยะลา ไปเล่นละครหุ่น เล่านิทาน เด็กตาดีกายังเป็นเด็กที่บริสุทธิ์ พร้อมที่จะรับรู้ทุกเรื่องราวที่มีการบอกกล่าว หากเราได้ให้ความรู้แก่พวกเขาในเรื่องราวที่ดีงาม เรามีความรู้สึกว่าถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงและให้การเรียนรู้ชีวิตที่ถูกต้อง เมื่อเขาโตขึ้นเขาจะได้อยู่ในสังคมที่ดีงามและถูกต้อง รู้จักการให้และการแบ่งปัน ซึ่งจะมีการประชุมเจ๊ะกู(ครู)ในการจัดกิจกรรมร่วมกัน จากนั้นให้เจ๊ะกูเป็นผู้นำ เราเป็นที่ปรึกษา เมื่องานออกมาดีเขาก็ภูมิใจ เขาไว้ใจเราอยากให้เราจัดอีกเพราะในแต่ละกิจกรรมจะถามเจ๊ะกูก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่ ในเดือนสิงหานี้จะมีการรวมจัดงานตาดีกาใหญ่อีกครั้งในอ.เมือง หรือโครงการ save the childrens ของสวีเดนเราก็เพิ่งทำผ่านไป”

สถานการณ์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่อาจส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนต่างกันไป แต่ไม่มีคำว่า “กลัว” ในสมองของคนทำงานจากศูนย์ฟ้าใส

มาเรียมตอบชัดเจนว่า “ไม่”

“อย่างเราเข้าไปในพื้นที่บ้านคอลอราแม ต.ปละแต อ.ยะหา เขตที่ใครๆ ยกให้เป็นพื้นที่สีแดง ภาพที่คนข้างนอกเข้าใจเป็นเรื่องของความรู้สึก หากคนในพื้นที่เขายังใช้ชีวิตตามปกติ เราเข้าไปเขาก็ดีใจ ไปเยี่ยมทั้ง 14 กลุ่ม เขาสะท้อนหลายปัญหาให้ฟังทำให้ได้ข้อมูลไปพูดคุยกับทางผู้ใหญ่ที่มีหนทางช่วยเหลือได้ อย่างเช่นเรื่องที่นำไปฝึกอาชีพสี่เดือนที่สุราษฎร์ ระนองและชุมพรอย่างที่เป็นข่าวใหญ่ที่ผ่านมา ไปฝึกในอาชีพที่พวกเขาไม่ต้องการ กลับมาก็ไม่ได้ทำต่อเป็นการเสียเวลาเปล่า”

การทำงานของฟ้าใสเน้นเจาะลึกและทั่วถึงในพื้นที่ของจ.ยะลา ที่เป็นเช่นนี้มาเรียมบอกว่า ต้องการให้ความช่วยเหลือและทำกิจกรรมได้อย่างถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการทำงานเพื่อสร้างภาพเพียงอย่างเดียว
“เราเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ถ้าไปทำในพื้นที่กว้างมากก็จะไม่ทั่วถึง กำลังคนมีไม่พอ การติดตามก็ยาก ฟ้าใสจึงเน้นกิจกรรมและกลุ่มคนในยะลา คิดว่าทำในวงแคบและทำให้ดีก็พอแล้วค่อยขยายให้เต็มพื้นที่ของเรา แต่ไม่ปิดกั้นในการเข้าร่วมกิจกรรมกับที่อื่น มีน้องๆ เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ตลอด เมื่อก่อนพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะโกรธว่าลูกมาทำอะไรที่นี่ จนเขามาเห็นว่าเด็กๆ มาทำในเรื่องที่ดีมีประโยชน์ ตอนหลังเขามาส่งมารับลูกเอง พอลูกเรียนจบมหาวิทยาลัย เขารู้สึกว่าลูกของเขาเก่ง เขามาขอโทษว่าที่ผ่านมาไม่คิดว่าลูกเขาจะทำอะไรหลายอย่างได้ดีขนาดนี้ จากเด็กเงียบๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เรียนจบสมัครเข้าทำงานได้ที่กรุงเทพฯ เพราะเด็กเขามีทักษะในตัวเองเยอะ กล้าทำในหลายอย่าง เป็นสิ่งที่ทุกที่ต้องการคนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี อยากให้น้องๆ มาทำกิจกรรมกันเยอะๆ เพราะสิ่งที่ได้คือสิ่งดีๆ ต่อตัวเขาเอง”

0033.jpgมะอูเซ็ง ปูมูลูกือจิ หรือ “เซ็ง”  พี่ใหญ่ของกลุ่มฯ ที่ร่วมงานร่วมกิจกรรมมานานเกือบสิบปี แม้จะทำงานเป็นหลักหากจะมีเวลาให้กับกิจกรรมของศูนย์ฟ้าใสเสมอ เพราะสิ่งที่ทำมีประโยชน์และมีผู้บังคับบัญชาที่เข้าใจ กิจกรรมที่ทำจึงไม่ขัดกับงานที่ทำ

“ผมทำกิจกรรมกับพี่เรียมมาเกือบสิบปี ตั้งแต่เรียนหนังสือจนจบออกมาทำงานที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดยะลาแล้วก็ยังช่วยอยู่ เมื่อก่อนไม่กล้าพูด ไม่มั่นใจในตัวเองแต่ตอนนี้สบายมาก ยะลามีเวทีและพื้นที่ให้เด็กแสดงออกเยอะ เท่าที่สังเกตและสัมผัสเด็กระดับมหาวิทยาลัยที่นี่จะร่วมทำกิจกรรมน้อยมาก จะเป็นเด็กมัธยมมากกว่า

วัยรุ่นสมัยนี้เห็นว่าการทำกิจกรรมเป็นการเสียเวลา เขาชอบใช้ชีวิตส่วนตัว ชอบอิสระ ส่วนใหญ่จะมีแฟนแล้วอยู่กับแฟน สี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นสี่ปีที่มีค่า ถ้าใครไม่ได้ทำกิจกรรมเลยเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ เวลาจบไปจะไม่มีประสบการณ์ในการทำงานกับคนอื่นซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทต่างๆ ต้องการนอกจากความรู้ที่มีตามสายงานแล้ว บางคนไปสมัครงานที่สำนักงานกรอกใบสมัครแต่งานราชการหรือต้องการเงินเดือนสูงโดยไม่ดูความสามารถของตัวเองและพื้นที่ในการทำงาน อยากให้น้องๆเข้าไปทำงานกับองค์กรใดก็ได้ที่ได้ฝึกตัวเองให้รู้ว่าเรามีพัฒนาการ เช่นการพูดจาที่ต้องสื่อสารกับสังคม”

เซ็งเป็นอีกคนที่ทำงานด้วยความสุขและรอยยิ้ม แม้สถานการณ์ในพื้นที่จะเป็นอย่างไร พวกเขายังมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้พื้นที่กลับแล้วมีความสุข

“เราไปทำในมุมของเรา ไม่มีอะไรที่น่ากลัว เราใช้ชีวิตกันปกติ ชาวบ้านก็ใช้ชีวิตไปตามวิถีของเขา มีอีกหลายมุมที่ยังอยู่กันอย่างสงบ หลายกิจกรรมหลายโครงการที่ลงไปทำในพื้นที่แล้วเขาอยากให้ทำอีกเช่น โครงการที่ทำให้โรงเรียนตาดีกา เป็นสิ่งที่เราทำมาถูกทางและจะทำกันต่อไป”

0044.jpg
“สำหรับผมได้ประสบการณ์โดยตรงกับตัวเอง ตอนนั้นผมเรียนม.5 และเป็นประธานรุ่น ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ปัตตานี ผมชอบการแสดงออกอยู่แล้วเมื่อมาเจอพี่เรียมที่ให้โอกาสในงานและเวทีต่างๆ ทำให้ผมรู้ว่าศักยภาพผมพอที่จะทำอะไรได้อย่างเต็มที่ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องและได้ถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างดี ได้ช่วยเหลือเพื่อนๆ และสังคมในสิ่งที่ผมทำได้ การร่วมงานกับศูนย์ฟ้าใสเป็นความผูกพันที่อธิบายไม่ได้ ตอนนี้ผมกำลังรอผลจบปริญญาโท สาขานิเทศศาสตร์จากมาเลเซีย ผมอยากทำงานแถวนี้เพื่อจะได้ช่วยงานฟ้าใสได้ง่าย”  “มัง”  นฤมาน แนดูแล  ชายหนุ่มจากปัตตานีที่ร่วมงานกับฟ้าใสมาหลายปีบอกกล่าวถึงประสบการณ์ที่เขาได้รับและอยากทำต่อไปกับที่นี่

อีกคนที่เป็นหลักในการทำกิจกรรม ยูสลีซา มาเจะมะ “ลิซ่า” เด็กสาวเสียงใส นัยน์ตากล้าฝันจากกาลูปัง อ.รามัน กำลังเรียนชั้นม.6 สายวิทย์ ร.ร.สตรียะลา ประธานฝ่ายหญิงของศูนย์ฯ เป็นอีกคนที่ได้ทำตามฝันและพัฒนาตัวเองจนรู้ว่าตนเองสามารถทำอะไรได้ดีในหลายๆ อย่าง

0007.jpg“มีรุ่นพี่ที่รู้จักร่วมกิจกรรมกับฟ้าใสอยู่ก่อน เขาชวนเข้าอบรม ตอนแรกๆ คิดว่าตัวเองคงทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เคยอบรมหรือสัมมนามาก่อน กดดันเหมือนกัน พอร่วมกิจกรรมหลายครั้งทำให้มีการพัฒนาตัวเองที่เห็นชัดคือมีการพูดและการแสดงออกที่มีทักษะดีขึ้น ซึมซับกิจกรรม เมื่อก่อนทางครอบครัวคิดว่ากิจกรรมจะทำให้เสียการเรียนแต่พอซ่ามาทำเรื่อยๆ เขาก็รับรู้ได้ว่ามีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับลูกของเขา การพูดจาดีขึ้น สามารถฝึกทักษะในการนำเสนองานในชั้นเรียนได้ดี ได้เรียนรู้กระบวนการความขัดแย้ง วิธีการจัดการ การป้องกันตัว นำมาปรับใช้ได้เช่น มีความนุ่มนวลต่อกัน หนักแน่นในการเป็นคนกลางอย่างสันติวิธี  ได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน เวลามีโครงการอะไรลงไปในพื้นที่เราก็สามารถพูดคุยกับทางชาวบ้านได้ว่าเป็นอย่างไร”

สิ่งสำคัญที่ซ่าได้รับจากที่นี่คือได้ทำงานศิลปะที่เธอชื่นชอบกับงานฝีมือ วาดรูปบนพวงกุญแจ  ที่คั่นหนังสือ ร้อยลูกปัด เป็นสิ่งที่ซ่าได้แสดงออกถึงจินตนาการและความสามารถทางศิลปะ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เธออยากเดินไปในอนาคต

“ที่นี่เป็นเหมือนบ้านอีกหลังที่มีหลากหลายรสชาติ สิ่งที่ได้กับตัวเองคือความรู้ในหลายๆ เรื่อง การอบรมแต่ละครั้งมีหัวข้อให้ความรู้ต่างกัน อย่างการเป็นผู้นำต่างกับการเป็นพี่เลี้ยง ได้ทำงานศิลปะที่ชอบและพัฒนาฝีมือไปหาแนวทางของตนเอง ที่นี่ให้หลายอย่างที่มีความหมายกับซ่าอย่างมากมาย”

0055.jpgภาพ : น้องๆ กลุ่มดีเจ

ศูนย์ฟ้าใสเป็นศูนย์รวมเยาวชนทั้งพุทธและมุสลิม ไม่แบ่งแยกการทำกิจกรรมตามศาสนาด้วยความเชื่อว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน การให้โอกาสและร่วมงานกันระหว่างเยาวชนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจโดยแบ่งเป็นกลุ่มวิทยุ กลุ่มจิตอาสา กลุ่มเกี่ยวก้อยและกลุ่มกิจกรรม

อาร์ม กาว บี คือส่วนหนึ่งของเด็กไทยพุทธที่ร่วมกิจกรรมกับฟ้าใส พวกเขามาช่วยและเรียนรู้ในศูนย์ปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนในเรื่องของการจัดรายการวิทยุซึ่งใช้ชั้นสองของบ้านหลังนี้เป็นที่ส่งสัญญาณครอบคลุมไปได้ถึงอ.รามันและเขตอ.เมือง

 บี นักเรียนชั้นม.3 ร.ร.สตรียะลาบอกว่าทางบ้านเธออนุญาตและสนับสนุนให้ทำกิจกรรมกับที่นี่เพราะดีกว่าไปเที่ยวกับเพื่อน

“ก่อนมาจัดรายการพ่อกับแม่จะหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์เตรียมไว้ให้ พ่อจะมารับมาส่งตลอด เวลาจัดรายการเขาจะฟังกันทุกครั้งหรือโทรศัพท์เข้ารายการ เวลากลับไปบ้านก็จะบอกว่าจัดเป็นอย่างไร ต้องปรับปรุงส่วนไหน ที่นี่ทำให้หนูได้หัดพูด กล้าแสดงออกในทางที่ถูก  ถ้าไปเที่ยวกับเพื่อนก็ได้แต่ความเพลิดเพลิน มาที่นี่ได้สาระและได้เพื่อนดีกว่า เวลาไปเข้าค่ายหรือสัมมนาก็ได้ความรู้”

สำหรับมาเรียมตั้งปณิธานใจแน่วแน่ในการทำงานตรงนี้ว่า จะไม่หยุดทำจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของชีวิต ก่อนหน้านี้เธอเป็นโรคร้ายที่ไม่คาดคิดว่าจะอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้

“ตอนปี 2542 เป็นโรคมะเร็งต้องกลับไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ แต่มีกำลังใจจากน้องๆ เยอะมาก เหนียต(ขอพร)กับอัลลอฮฺว่าขอให้ได้กลับมาทำงานที่นี่ มาทำกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์ในพื้นที่จนวันสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยเป็นอะไร น้องๆ เสียอีกที่ป่วยนั่นเจ็บนี่ ถ้าเรามีความเชื่อ ความศรัทธาว่าจะไม่เป็นอะไรก็จะไม่เป็น อาจเป็นสักนิดก็หายแล้วและต้องดูแลสุขภาพตัวเองด้วย

มีความสุขที่เห็นน้องๆ มีพัฒนาการและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ได้รับคำชมว่าน้องๆ ฟ้าใสรู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือคนอื่น ทำให้เรามีความสุข บอกเขาว่าถ้าเราไม่อยู่ก็คงไม่ห่วงเพราะเขาดูแลกันได้ น้องๆ ที่จบไปและทำงานที่อื่นก็ยังติดต่อและให้ความช่วยเหลือกลับมายังฟ้าใสเสมอ”

ทุกคนบอกเหมือนกันว่า ตั้งใจช่วยเหลือกิจกรรมและเรื่องราวของศูนย์ฟ้าใสไปจนกว่าจะทำไม่ไหว และช่วยกันสร้างสรรค์เมล็ดพันธุ์ใหม่ของคนทำดีให้เพิ่มมากขึ้นในสังคมชายแดนใต้

เรื่องราวของการทำดีมีได้หลายหนทาง อยู่ที่ตัวตนของเราจะกล้าลุกขึ้นมาเริ่มต้นทำหรือไม่ เริ่มจากทำความดีในเรื่องของตัวเองและเรื่องใกล้ตัว จากนั้นขยายไปยังสมาชิกในบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชนและสังคม สิ่งที่ได้รับกลับมาอาจไม่ใช่เงินทองของมีค่า หากเป็นความรู้สึกลึกล้ำฉ่ำชื่นที่จิตใจได้รับ เมื่อใจอิ่มเอมสิ่งดี...ดีอื่นๆ จะตามมา เริ่มทำความดีกันวันละนิดยังดีกว่าไม่ทำอะไร...

 

 

SMS ข้อวามด่วน

ล็อกอิน
คลังภาพ : Photo Shop

  • malostranska-sm5
  • malostranska-sm2
  • malostranska-sm6
  • malostranska-sm4
  • malostranska-sm3

สมาชิกที่ออนไลน์
ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม 1 guest กำลังออนไลน์
สมาชิกใหม่
  • mosezomia
  • IYKevinSpacey
  • NeoloGolejask
  • buyfqweasdrq
  • Credrampreway
  • leroTeade
  • jamie_m
  • Dyersenty
  • FumeAccouse
  • Urgellcal
ข่าวล่าสุด